สำหรับปี 2568 นี้ แอร์ที่ยังคงได้รับความนิยมและมีแนวโน้มขายดี มักจะเน้นไปที่คุณสมบัติการประหยัดพลังงาน (ระบบ Inverter), ความทนทาน, และฟังก์ชันพิเศษที่ช่วยเพิ่มคุณภาพอากาศหรือความสะดวกสบายในการใช้งานค่ะ
แบรนด์และรุ่นที่มีแนวโน้มได้รับความนิยมสูงในปี 2568 มีดังนี้:
แบรนด์ยอดนิยมที่ยังคงติดอันดับ
- Daikin (ไดกิ้น): ยังคงเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจสูงในเรื่องของประสิทธิภาพการทำความเย็น ความทนทาน และเทคโนโลยี Inverter ที่ประหยัดไฟ โดยเฉพาะซีรีส์ Max Inverter Star KQ Series และ SABAI Series ที่ได้รับความนิยม
- Mitsubishi Electric (มิตซูบิชิ อีเล็คทริค): เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องความทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน และความเงียบของเครื่อง ซีรีส์ Mr. Slim Happy Inverter (MSY-KY Series) ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ
- Mitsubishi Heavy Duty (มิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้): แบรนด์นี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานเช่นกัน โดยเฉพาะรุ่น Deluxe Inverter (YYS) หรือ Standard Inverter (YYM/YYP) ที่ให้ลมเย็นไกลและมีฟังก์ชันที่น่าสนใจ
แบรนด์ที่มาแรงและน่าจับตามอง
- Carrier (แคเรียร์): ซีรีส์ Copper11 และ XInverter Plus ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากใช้คอยล์ทองแดงที่ทนทาน และมีฟังก์ชัน Wi-Fi ทำให้ควบคุมการทำงานได้สะดวกขึ้น
- Samsung (ซัมซุง): โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยงามและเทคโนโลยี WindFree™ ที่ช่วยให้ห้องเย็นสบายโดยไม่มีลมปะทะโดยตรง รวมถึงฟังก์ชัน AI ที่ช่วยควบคุมการทำงาน
- LG (แอลจี): มีรุ่นที่น่าสนใจอย่าง IQ Series หรือ ARTCOOL GREEN ที่เน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน และบางรุ่นมีฟังก์ชันการฟอกอากาศเข้ามาด้วย
- TCL: แบรนด์นี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะรุ่น TAC-XAL Series ที่มีราคาเข้าถึงง่าย พร้อมเทคโนโลยี Smart Inverter, Healthy Filter และท่อทองแดง
- Hisense (ไฮเซ่นส์): รุ่น CE Series หรือ DB Series เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาแอร์ Inverter ที่มีฟังก์ชันครบครันในราคาที่คุ้มค่า
คุณสมบัติหลักที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญในปี 2568
- ระบบ Inverter: เป็นมาตรฐานที่แทบทุกรุ่นต้องมี เพราะช่วยประหยัดพลังงานได้ดีกว่าแอร์ Fixed Speed อย่างเห็นได้ชัด
- ประหยัดไฟเบอร์ 5: ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่มีดาวกำกับ (ยิ่งดาวเยอะยิ่งประหยัดไฟ) ยังคงเป็นเกณฑ์สำคัญในการเลือกซื้อ
- คอยล์ทองแดง: หลายคนยังคงมองหาแอร์ที่ใช้คอยล์ทองแดง (ทั้งคอยล์เย็นและคอยล์ร้อน) เพราะเชื่อว่ามีความทนทานต่อการกัดกร่อนมากกว่าอลูมิเนียม
- ฟังก์ชันกรองอากาศ: เนื่องจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 และมลภาวะต่างๆ แอร์ที่มีฟังก์ชันกรองอากาศ เช่น PM 2.5 Filter, Healthy Filter, หรือ Plasmacluster จึงเป็นที่ต้องการ
- การเชื่อมต่อ Smart Home/Wi-Fi: ความสามารถในการควบคุมแอร์ผ่านสมาร์ทโฟน หรือเชื่อมต่อกับระบบ Smart Home อื่นๆ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
- โหมดทำความสะอาดตัวเอง (Self-Cleaning): ช่วยลดการสะสมของเชื้อราและกลิ่นอับ ทำให้แอร์สะอาดและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
สรุป:
การเลือกซื้อแอร์ในปี 2568 ผู้บริโภคมักจะพิจารณาจากปัจจัยด้าน การประหยัดพลังงาน ความทนทาน และฟังก์ชันเสริมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ซึ่งแบรนด์ชั้นนำอย่าง Daikin, Mitsubishi Electric, Mitsubishi Heavy Duty ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่ง ขณะที่แบรนด์อย่าง Carrier, Samsung, LG, TCL, และ Hisense ก็มีรุ่นที่น่าสนใจและแข่งขันได้ดีในตลาดเช่นกันค่ะ
หากคุณกำลังมองหาแอร์ ลองพิจารณาจากขนาดห้อง งบประมาณ และฟังก์ชันที่คุณต้องการเป็นหลักนะคะ

